
บึงบอระเพ็ดเป็นแหล่งที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ำนานาชนิด มีรายงานการพบพันธุ์ไม้น้ำในช่วงปี 2522 – 2537 อย่างน้อย 32 ชนิด ถึงมากกว่า 73 ชนิด จำแนกได้เป็น 6 บริเวณ คือ บริเวณผืนน้ำเปิดโล่ง มีพืชใต้น้ำและพืชปริ่มน้ำ กระจายอยู่ในน้ำลึกรอบๆ บริเวณที่มีบัว พบประมาณร้อยละ 10-15 ของพื้นที่น้ำ ชนิดเด่น ได้แก่ ดีปลีน้ำ, สาหร่ายไฟ , สาหร่ายข้าวเหนียว, สาหร่ายหางกระรอก, สาหร่ายฉัตร, สาหร่ายเส้นด้าย, สาหร่ายพุงชะโด และสันตะวา
บริเวณพืชลอยน้ำ มีทั้งที่มีใบลอยน้ำ กระจายเป็นหย่อมๆ ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่น้ำ และลอยน้ำทั้งต้น ชนิดเด่น ได้แก่ จอกหูหนู, ผักตบชวา, แหน, แหนแดง, แพงพวยน้ำ, กระจับ, ผักบุ้ง บริเวณพืชโผล่พ้นน้ำหรือพืชยืนน้ำ แพร่กระจายอยูทั่วไป จากฝั่งลงไปในบึงประมาณ 0.5-1 กม. รอบๆ บึง และกระจายเป็นหย่อมๆ ประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่น้ำ พืชเด่น ได้แก่ กกสามเหลี่ยมเล็ก, ธูปฤาษี, เอื้องเพ็ดม้า, บัวหลวง, บัวสายหรือบัวแดง, บัวกินสาย, หญ้าแพรกน้ำ, เทียนนา, แห้วทรงกระเทียม บริเวณเกาะ กลางบึงและใกล้ฝั่ง ซึ่งน้ำอาจท่วมในฤดูที่น้ำมาก และไม่ท่วมในฤดูน้ำปกติ พืชเด่น ได้แก่ ลำเจียก, อ้อ, หญ้าไซ, หญ้าขน, หญ้าแขม, หญ้าปล้อง, หญ้าข้าวนก บริเวณป่าพรุ ริมบึง น้ำท่วมบางฤดู พืชเด่น ได้แก่ สนุ่น, จิกนา, ก้านเหลือง, ทองกวาว
สาหร่ายน้ำจืด

| ชื่อไทย | สันตะวาใบพาย |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Ottelia alismoides (L.) Pers. |
| ชื่อวงศ์ | HYDROCHARITACEAE |
| ข้อมูลทั่วไป : | เป็นพืชใต้น้ำมีรากยึดดิน ลำต้นมีขนาดเล็กเป็นแท่งฝังอยู่ใต้ดิน ส่งใบขึ้นมาเป็นกระจุก ก้านใบยาวเปราะหักง่าย ใบมีขนาดใหญ่แผ่นใบกว้าง มีรูปร่างได้หลายแบบ แผ่นใบมีเนื้อใบย่นขยุกขยิกกรอบและบาง ขอบใบหยักเป็นคลื่น ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาวหรือขาวอมม่วง บานเหนือน้ำ มีกลีบดอก 3กลีบโคนกลีบรวมตัวกันเป็นท่อผลเป็นฝักรูปร่างยาวหนาที่ชอบมีสันเป็นคลื่นยื่นออกตามแนวยาวเมล็ดมีจำนวนมากพบทั่วไปในหนองน้ำตื้นๆและในนาข้าว |
| ประโยชน์ | ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับในตู้ปลา ใบและผลอ่อนใช้รับประทานได้ |

| ชื่อไทย | สันตะวาหางไก่ สันตะวาขนไก่ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Blyxa japonica (Miq.) Maxim |
| ชื่อวงศ์ | HYDROCHARITACEAE |
| ข้อมูลทั่วไป : | เป็นพืชใต้น้ำอายุฤดูเดียว ชอบขึ้นตามที่น้ำนิ่ง เช่น หนองบึงตื้น ๆ นาข้าวหรือสระน้ำมีลำต้นผอมยาว มีรากตามข้อ แตกกิ่งก้านมาก ใบคล้ายสาหร่าย คือ แบน ผอมยาว ปลายใบแหลม และไม่มีก้านใบ ใบออกสลับและเกิดถี่ทำให้ดูเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาวมีขนาดเล็ก มีก้านดอกยาวชูดอกขึ้นมาที่ผิวน้ำ ผลจะเห็นชัดเมื่อแก่โดยติดอยู่ที่โคนก้านใบ มีเมล็ดสีขาวจำนวนมาก |
| ประโยชน์ | ใช้เป็นไม้ประดับในตู้ปลา |

| ชื่อไทย | สาหร่ายข้าวเหนียว |
| ชื่อสามัญ | Leafy bladderwort |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Utricularia aurea Lour. |
| ชื่อวงศ์ | LENTIBULARIACEAE |
| ข้อมูลทั่วไป : | เป็นสาหร่ายน้ำจืดชอบขึ้นในที่ตื้น มีลำต้นยาว ใบออกตรงกันเป็นคู่ หรือเป็นกระจุก 4 ใบ ใบแตกเป็นเส้นเล็ก ๆ เป็นพืชที่กินสัตว์เป็นอาหาร ที่โคนก้านใบจะพองออกมาเป็นถุงเล็กกระจายอยู่ทั่วต้น ใช้ดักจับสัตว์น้ำขนาดเล็กกินเป็นอาหาร ภายในถุงมีต่อมเล็ก ๆ สร้างน้ำย่อย ใช้ย่อยสัตว์น้ำขนาดเล็กที่หลุดเข้าไป ดอกสีเหลืองขนาดใหญ่เห็นชัด ออกเป็นช่อ ๆ ละ 4-8 ดอก ก้านช่อดอกยาว ส่งดอกขึ้นมาเจริญเหนือน้ำ |

| ชื่อไทย | สาหร่ายเส้นด้าย สาหร่ายนา |
| ชื่อสามัญ | Bushy pond weed |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Najas graminea Del. |
| ชื่อวงศ์ | NAJADACEAE |
| ถิ่นกำเนิด | |
| ข้อมูลทั่วไป : | เป็นสาหร่ายน้ำจืดมีอายุหลายฤดู ชอบขึ้นในที่น้ำนิ่ง เช่นหนองบึง สระน้ำทั่วไป ลักษณะลำต้นกลม ผอม ยาว แตกกิ่งก้านมาก มีรากออกตามข้อ ใบมีลักษณะแคบยาวเป็นเส้นเดี่ยวขอบใบจักเป็นฟันเล็ก ๆ ห่าง ๆ โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ใบมีเป็นจำนวนมากเรียงตัวตรงข้ามกัน ดอกมีขนาดเล็กมากออกตามมุมโคนใบ |

| ชื่อไทย | สาหร่ายหางกระรอก |
| ชื่อสามัญ | Hydrilla |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Hydrilla verticillata (L.f.) Royle. |
| ชื่อวงศ์ | HYDROCHARITACEAE |
| ข้อมูลทั่วไป : | เป็นพืชใต้น้ำมีอายุข้ามปี ชอบขึ้นตามคูน้ำ หนองบึง อ่างเก็บน้ำทั่วไป แพร่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว มีลำต้นเป็นสายเรียวยาว รากยึดพื้นดิน หรือบางครั้งอาจลอยน้ำ แตกกิ่งก้านมาก ใบเป็นแผ่นบางเรียวยาวขนาดเล็ก ไม่มีก้านใบขอบใบจักเป็นซี่เล็ก ๆ แตกรอบข้อของลำต้นเป็นชั้น ๆ ละ 3-8 ใบ ดอกออกตามซอกใบ ดอกตัวผู้มีก้านดอกสั้น ดอกตัวเมียมีก้านดอกยาว ส่งดอกขึ้นมาบานเหนือน้ำ |
| ประโยชน์ | ใช้เป็นอาหารปลา และปลูกเป็นไม้ประดับในตู้ปลา |
บัว
1. บัวหลวง อยู่ในวงศ์ Nymphaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Nelumbo nucifera Gaertn มีชื่อสามัญว่า Sacred Lotus บัวที่นิยมปลูกมี 4 สายพันธุ์ ดังนี้
![]() |
1. บัวพันธุ์ดอกสีชมพู ( บัวแหลมชมพู ) มีชื่อว่า ปทุม ปัทมา โกกระนต หรือ โกกนุต ดอกขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ ปลายเรียวสีชมพู กลีบดอกชั้นนอกมี 4-5 กลีบ รูปไข่มีขนาดเล็ดเรียงตัวกัน 2 ชั้น ส่วนกลางของกลีบมีรูปร่างโค้งป่อง ตรงกลางสีชมพูอมเขียว ส่วนกลีบดอกชั้นกลางและชั้นในสีชมพูเข้ม โคนกลีบดอกสีขาวนวล มีประมาณ 13-14 กลีบ เรียงตัวเป็นชั้น ประมาณ 3 ชั้น อยู่โดยรอบฐานดอก กลีบชั้นนอกและชั้นในมีสีและรูปร่างคล้ายชั้นกลางแต่เล็กกว่ากลีบในชั้นกลาง 2. บัวหลวงพันธุ์ดอกสีขาว ( บัวแหลมขาว ) มีชื่อว่า บุณฑริก หรือ ปุณฑริก ดอกขนาดใหญ่เป็นรูปไข่ ปลายเรียว คล้ายบัวพันธุ์ปทุม ดอกมีสีขาวประกอบด้วยกลีบดอกชั้นนอกสีขาวอมเขียว ส่วนกลีบในชั้นกลางและชั้นในสีขาวปลายกลีบดอกสีชมพูเรื่อๆ รูปร่างของกลีบและการเรียงตัวของกลีบดอกคล้ายดอกบัวพันธุ์ปทุม 3. บัวหลวงชมพูซ้อน ( บัวฉัตรชมพู ) มีชื่อว่า สัตตบงกช ดอกมีขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ทรงป้อม สีชมพู ประกอบด้วยกลีบนอกเป็นรูปรี มี 4-7 กลีบ กลีบเล็กเรียนซ้อนกันเป็นชั้น 2-3 ชั้น สีเขียวอมชมพู กลีบในสีชมพูตลอด ส่วนโคนกลีบที่ติดกับฐานรองดอกมีสีขาวอมเหลือง กลีบในมีประมาณ 12-16 กลีบ กลีบในชั้นนอกและชั้นในมีขนาดเล็กกว่าชั้นกลาง เป็นรูปไข่ที่มีส่วนกว้างอยู่ด้านบน เกสรตัวผู้ชั้นนอกๆ เป็นหมัน โดยมีก้านชูที่เป็นเกสรตัวผู้ที่เป็นแผ่นบางๆ สีชมพูคล้ายกลีบในแต่มีขนาดเล็กกว่า ไม่มีอับเรณู แต่ปลายกลีบมีส่วนยื่นออกมาที่มีฐานเรียวเล็ก ส่วนปลายพองใหญ่ มีสีขาวนวล 4. บัวหลวงขาวซ้อน ( บัวฉัตรขาว ) มีชื่อว่า สัตตบุตย์ ดอกมีขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ทรงป้อม คล้ายบัวพันธุ์สัตตบงกช ดอกมีสีขาว ประกอบด้วยกลีบดอกสีเขียวอมขาว ส่วนกลีบชั้นในสีขาวตลอด ส่วนรูปทรงและการเรียงตัวของกลีบดอกคล้ายบัวพันธุ์สัตตบงกช |

2. บัวสาย Nymphaea pubescens Willclenow. ใบลอยอยู่บนผิวน้ำ ขอบใบจักถี่ แหลม เป็นระเบียบ ดอกชูพ้นน้ำ บานกลางคืน พันธุ์พื้นเมืองไทยมี 3 พันธุ์ คือ
3.1 สัตตบรรณ หรือ สัตอุบล ดอกสีแดง
3.2 เศวตอุบล หรือ กุมุท ดอกสีขาว
3.3 บัวสาย เป็นชื่อบัวกินสายดอกสีชมพูที่ชาวบ้านเก็บมาขายเป็นผัก
จัดทำโดย
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ www.nakhonsawanpao.org
โทร 0-5680-3567-70 ต่อ 701