จากการสำรวจสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลานบริเวณบึง ระหว่างเดือน เมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2541 ในด้านชนิดและจำนวนถิ่นที่อยู่อาศัย 4 ประเภท คือ บริเวณขอบบึง บริเวณพืชลอยน้ำ บริเวณดงบัวและบริเวณพื้นที่ชุมชน (ที่ตั้งของศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด) ผลการศึกษาพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจำนวน 9 ชนิด บริเวณขอบบึงซึงมีพืชน้ำขึ้นอยู่หนาแน่น เป็นบริเวณที่พบทั้งชนิดและจำนวนมากที่สุด รองลงมาบริเวณพื้นที่ชุมชน ส่วนบริเวณพืชลอยน้ำและบริเวณดงบัวพบเพียงบริเวณละ 1 ชนิดเท่านั้น ส่วนสัตว์เลื้อยคลาน พบจำนวน 16 ชนิดพบมากในบริเวณพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยบนบกซึ่งติดกับริมน้ำและสัตว์เลื้อยคลานส่วนใหญ่ที่พบจำนวนมากจะเป็นสัตว์บกและสัตว์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ชุมชนได้ดี เช่น สัตว์เลื้อยคลานในกลุ่ม กิ้งก่า จิ้งจก ตุ๊กแกและจิ้งเหลน สัตว์เลื้อยคลานประเภทอื่นจะพบน้อย เช่น เต่า เหี้ย และงูบางชนิด (เช่นงูสิงและงูลายสอ) และส่วนใหญ่จะพบบริเวณขอบบึงซึ่งมีหญ้าและวัชพืช ขึ้นอยู่หนาแน่น สำหรับบริเวณพืชลอยน้ำและบริเวณดงบัวในการสำรวจครั้งนี้ไม่พบสัตว์เลื้อยคลานชนิดใด

          สัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง คือ จระเข้น้ำจืด ซึ่งเมื่อก่อนมีจำนวนมากแต่ถูกล่าจนไม่มีเหลืออยู่ในธรรมชาติของบึงแล้ว สัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ งูสายรุ้งดำ ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น เต่านา เต่าบึงหัวเหลือง ตะพาบน้ำ งูก้นขบ งูเหลือม งูสามเหลี่ยม เหี้ย สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่พบได้แก่ เขียดนา เขียดบัว กบนา อึ่งอ่างบ้าน อึ่งน้ำเต้า เขียด งู

งูสิง
งูสายรุ้งดำ

เต่าบึงหัวเหลือง (เต่าวัด, เต่าบัว)  

จระเข้
          เมื่ออดีต จระเข้เป็นสัตว์ที่ชุกชุมมากในบึงบอระเพ็ด และจระเข้พันธุ์บึงบอระเพ็ด เป็นจระเข้ที่มีราคาแพง เพราะมีหนังสีเหลืองสวย ในบึงบอระเพ็ดมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะแก่การอาศัยของจระเข้ เพราะจระเข้เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ จระเข้ที่มีอายุเกิน 7 ปี สามารถผสมพันธุ์กันได้ จะผสมพันธุ์ในน้ำมักจะเป็นช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธุ์ ในฤดูกาลผสมพันธุ์ตัวผู้จะครางและส่งเสียงร้องได้ยินไปไกล เพื่อเป็นสัญญาณเรียกตัวเมีย หลังจากจับคู่ผสมพันธุ์กันแล้ว จระเข้จะวางไข่ในราวเดือน มีนาคม ถึงเมษายน จระเข้สร้างรังวางไข่โดยใช้หางกวาดใบไม้หญ้ามาคลุมรังไข่ จระเข้จะวางไข่ครั้งละ 20 – 40 ฟอง และจะฟักเป็นตัวโดยใช้เวลา 65-80 วัน แต่เป็นที่เสียดายว่าจระเข้ในบึงบอระเพ็ดได้ถูกจับไปหมดแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ทางราชการจะได้นำจระเข้มาปล่อยในบึงอีกครั้งหนึ่ง

จระเข้( Crocodile)เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งยังคงดำรงชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน อยู่ในอันดับ โครโคดีเลีย (Crocodylia) มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนมากจะพิจารณาจากรูปร่างลักษณะ ทั้งจากลักษณะทั้งตัว และความแตกต่างของบางส่วนโดยเฉพาะ เช่น จากรูปร่างของปาก จากเกล็ดบนหัวและคอ ความแตกต่างของฟัน เป็นต้น ลักษณะทั่วไปของจระเข้ทุกประเภทคือ มีปากและหัวยาว รูจมูกและตา ยกสูงอยู่บนหัว คอสั้น ลำตัวยาวกลม มีเกล็ดบนคอและหลัง เกล็ดท้องเป็นแผ่นบาน หางยาวใหญ่และแข็งแรง มีเกล็ดเป็นแผ่นใหญ่ตั้งสูงบนสันหาง หางแบนทางด้านข้าง ขาสั้นทั้งขาหน้าและขาหลัง นิ้วตีนสั้นทั้งตีนหน้าและตีนหลัง ลิ้นไม่สามารถแลบออกจากปากได้ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้น้ำ

เกี่ยวกับความเป็นมาของจระเข้นั้น มีหลักฐานการขุดพบกระโหลกศรีษะจระเข้ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ขนาดความยาววัดได้ ถึง 2 เมตร 1 คืบ กว้างประมาณ 1 เมตร เมื่อคำนวนกระโหลกศรีษะดู คาดว่าเป็นจระเข้ที่มีขนาดโตประมาณ 44 เมตร และหนักประมาณ 5 ตัน ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งมหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2519 มีการค้นพบกรามจระเข้ขนาดยักษ์ ที่จังหวัดหนองบัวลำพู สันนิษฐานว่าเป็นบรรพบุรุษของตะโขง และในปี พ.ศ. 2523 ที่อำเภอภูเวียง จังหวัดของแก่น ก็ยังได้ค้นพบกระดูกจระเข้น้ำจืดโบราณอีกด้วย ในอดีตจระเข้ในธรรมชาติยังคงมีกระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมากในเขตเมืองร้อนทั่วโลก การออกล่าฆ่าจระเข้เดิมทีก็เพื่อขจัดภัยที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้คนและสัตว์เลี้ยง ซึ่งการล่าจระเข้อยู่ในวงจำกัด ไม่กระทบกระเทือนจำนวนจระเข้ในธรรมชาติมากนัก

 

ดทำโดย
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ www.nakhonsawanpao.org

โทร 0-5680-3567-70 ต่อ 701