พื้นที่บึง ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ พื้นที่ส่วนที่มีน้ำปกคลุม หรือ “พื้นน้ำ” กับ “พื้นดิน” ซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง

            (ก) พื้นน้ำ AIT (2524) ได้ศึกษา พบว่าส่วนที่เป็นพื้นน้ำของบึงเป็นรูปยาวป่องตรงกลางโดยมีความยาวจากสันเขื่อน
จนถึงปลายคลองบอนที่เชิงเขาพนมเศษเป็นระยะทาง 19 กิโลเมตร และบริเวณที่กว้างที่สุดอยู่ตรงส่วนกลางของบึงตรงบริเวณ
อุทยานนกน้ำไปจนถึงแหลมตาเส็ง มีความยาวถึง 6 กิโลเมตร ส่วนความลึกเฉลี่ยความลึกจะอยู่ระหว่าง 1-2 เมตร โดยบริเวณที่ตื้นจะอยู่ทางทิศตะวันออกบริเวณใกล้เขาพนมเศษซึ่งมีความลึกเพียง 0.5 เมตร และบริเวณที่ลึกที่สุดประมาณ 5.0-5.8 เมตร

           (ข) พื้นดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง จะมีประชากรปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และประมง นอกนั้นประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย และรับราชการ ผู้ที่ทำการประมงส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือของบึงมากกว่าทางด้านใต้หรือด้านทิศตะวันออกของบึง

ความหลากหลายของถิ่นที่อยู่อาศัย และพืชน้ำ
            เนื่องจากบึงบอระเพ็ดเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีความลึกไม่มากและเป็นแหล่งรองรับดินตะกอน ซากอินทรีย์รวมทั้งปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตรพัดพามากับน้ำ บึงบอระเพ็ดจึงเป็นแหล่งที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ำนานาชนิดทั้งพืชลอยน้ำ (Floating vegetation) พืชใต้น้ำ (submerged vegetation) และพืชที่ฝังรากก้นน้ำและใบโผล่ผิวน้ำ (emergent vegetation) ทำให้เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท ซึ่งอาจแบ่งถิ่นที่อยู่อาศัยในบึง ออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

            - บริเวณหน้าน้ำเปิด (Open water) จะอยู่บริเวณตอนกลางของบึงซึ่งมีระดับน้ำสูงสุด บริเวณนี้ไม่พบพืชที่ฝังรากลงดินและใบโผล่พ้นน้ำ และพืชลอยน้ำที่ปกคลุมผิวหน้าน้ำ แต่จะพบพืชใต้น้ำบางชนิด เช่น สาหร่ายข้าวเหนียว และดีปลีน้ำ เป็นต้น

            - บริเวณดงบัวหลวง (Lotus Zone) ส่วนใหญ่จะพบบริเวณด้านนอกขอบบึงซึ่งมีระดับน้ำตื้นถึงลึกปานกลาง ในบริเวณนี้จะพบทั้งพืชลอยน้ำและพืชใต้น้ำแต่พืชที่พบมากและเป็นพืชชนิดเด่นคือ บัวหลวง

            - บริเวณที่มีพืชน้ำหลากชนิดขึ้นปะปนกัน (Mixed vegetation zone) ส่วนใหญ่จะพบบริเวณขอบบึง หรือบริเวณชายฝั่งที่เป็นรอยต่อระหว่างส่วนที่เป็นพื้นน้ำและส่วนที่เป็นพื้นดิน ซึ่งมีระดับน้ำค่อนข้างตื้น ในบริเวณนี้จะพบทั้งพืชลอยน้ำ พืชใต้น้ำและพืชที่ฝังรากลงดินและใบโผล่ผิวน้ำขึ้นปะปนกัน บริเวณนี้สามารถแบ่งถิ่นที่อยู่อาศัยย่อยได้หลายประเภท เช่น บริเวณที่มีจอกหูหนูเป็นพืชเด่น บริเวณที่มีสาหร่ายหางกระรอก สาหร่ายหางม้า สาหร่ายเส้นด้ายและสาหร่ายข้าวเหนียว เป็นพืชเด่น บริเวณที่มีธูปฤาษี กกสามเหลี่ยม และบอน เป็นพืชเด่น เป็นต้น อย่างไรก็ตามถิ่นที่อยู่อาศัยย่อยเหล่านี้แต่ละประเภทจะมีบริเวณไม่กว้างขวางนัก และมักจะไม่สามารถทำการแยกแยะได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว

            - บริเวณเกาะ (Island) ในบริเวณที่เป็นเขตห้ามทำการประมงโดยเด็ดขาด จะพบเกาะซึ่งมีขนาดใหญ่ จำนวน 1 เกาะ ได้แก่ เกาะวัด และเกาะขนาดเล็กอีก 2-3 เกาะ นอกจากนี้ ในเขตที่ควบคุมการใช้เครื่องมือในการทำประมง ยังมีเกาะตารางและเกาะอื่นๆอีกประมาณ 4 เกาะ บนเกาะจะมีพืชบก ได้แก่หญ้านานาชนิดและต้นไม้ใหญ่ เช่น กระถินณรงค์ ขึ้นอยู่ประปราย นอกจากนี้ยังพบพืชที่มักขึ้นตามชายฝั่ง เช่น อ้อ บอน ธูปฤาษีและโสน เป็นต้นรวมทั้งพืชน้ำประเภทต่างๆขึ้นอยู่โดยรอบเกาะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับบริเวณขอบบึงที่มีพืชน้ำหลากชนิดขึ้นปะปนกัน

            - ความหลากหลายของพันธุ์ปลา จากการสำรวจพบพันธุ์ปลาทั้งสิ้น 43 ชนิด บริเวณที่มีพืชลอยน้ำเป็นพืชหลัก จะพบพันธุ์ปลามากที่สุดคือ 26 ชนิด รองลงมาคือบริเวณที่มีพืชใต้น้ำเป็นพืชหลักพบจำนวน 23 ชนิด บริเวณดงบัวพบ 21 ชนิดและน้อยที่สุดคือบริเวณหน้าน้ำเปิดพบทั้งสิ้น 10 ชนิด ซึ่งสรุปได้ว่า ถิ่นที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทจะมีความหลากของชนิดและจำนวนปลาแตกต่างกัน โดยบริเวณที่มีพืชลอยน้ำจะพบพันธุ์ปลามากที่สุดและบริเวณหน้าน้ำเปิดจะพบน้อย

วัตถุประสงค์

2538

2539

จำนวน

%

จำนวน

%

1  ชมธรรมชาติ

32,224

95.5

50,212

98.3

2  ศึกษาค้นคว้า

1,525

4.5

867

1.7

     รวม

33,749

100.0

51,079

100.0

บึงบอระเพ็ด เป็นแหล่งน้ำ แหล่งเพาะปลูกพืชน้ำ แหล่งน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง มีประโยชน์ต่อการคมนาคม และมีคุณค่าทางนันทนาการและการท่องเที่ยว แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เป็นแหล่งผลิตทรัพยากรประมงที่สำคัญแหล่งหนึ่งของประเทศ นำรายได้มาสู่ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบบึงที่ประกอบอาชีพการประมงตลอดมา คาดประมาณว่ามีปริมาณการจับปลาโดยเฉลี่ย 1,200-1,500 ตัน/ปี และมีปลาเลี้ยงจากบ่อและกระชังอีกประมาณ 2,000 ตัน/ปี ช่วงปี 2513-19 การสำรวจทางชีวประมงพบว่าบึงบอระเพ็ดมีผลผลิตประมง 15-22 กก/ไร่ ใกล้เคียงกับปี 2531 ปลาที่จับได้จากบึงบอระเพ็ดมีปริมาณเฉลี่ย 15.10 กก/ไร่ ปี 2535 ปริมาณประชากรปลา 3.47-13.98 กก/ไร่

ดทำโดย
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ www.nakhonsawanpao.org

โทร 0-5680-3567-70 ต่อ 701